วันอาทิตย์, 09 สิงหาคม 2563

                 ขอสวัสดีแฟนคอลัมน์เรื่องของซากที่ไม่ซ้ำซากทุกท่านค่ะ ฉบับนี้มาพบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวอ้วนกลมขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือ เจ้าฮิปโปนั่นเอง เคยเชื่อกันว่าฮิปโปอยู่ในตระกูลเดียวกับหมู แต่ป...

Read more

                 ปัจจุบันพบฟอสซิลของอิกัวโนดอนต์ชนิดใหม่ของโลกในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาแล้ว อย่างน้อย 3 ชนิด  สองชนิดแรกได้รับการตั้งชื่อและตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว ส่วนชนิดที่สามอยู่ระหว่างการตีพิมพ์เผ...

Read more

                 เมื่ออ่านจากชื่อแล้วคงจะเดาได้ไม่ยากว่าอิกัวโนดอนต์พันธุ์ไทยตัวแรกนั้นถูกค้นพบที่ใด (ลองเดากันดูสิคะ) ...ถูกต้องค่ะ!!... ไดโนเสาร์ตัวนี้พบที่จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า ...

Read more

                  เรื่องของซากที่ไม่ซ้ำซากฉบับนี้ อยากชวนท่านผู้อ่านไปฟังการถกเถียงทางวิชาการที่เข้มข้นและน่าสนใจประเด็นหนึ่งของวงการบรรพชีวินวิทยา  นั่นก็คือการตามหาบรรพบุรุษของมนุษย์เรานั่นเองค่ะ...

Read more

                 ฉบับที่แล้วกระผมทิ้งท้ายไว้ที่ความใหญ่โตมโหฬารของเจ้าวาฬสีน้ำเงิน กับไดโนเสาร์ตัวมหึมา คราวนี้ขอย้อนกลับมาที่ปัจจุบันกาลอีกครั้งหนึ่ง เราทราบแล้วว่าสัตว์โลกที่ใหญ่ที่สุด ณ บัดนาว ค...

Read more

               เป็นเรื่องแปลกแต่จริงสุดสำหรับมนุษย์สุดฉงนอย่างเราๆ ที่มักตื่นเต้นและชื่นชอบอะไรที่แปลกใหม่ ใหญ่ๆ เล็กๆ โดยเฉพาะไอ้เรื่องที่ได้รับการจดบันทึกเป็นสถิติโลกล่ะชอบนัก และเมื่อพูดถึงสถิติก...

Read more

                ณ บ้านท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อกว่า 16 ล้านปีก่อน เรื่อยมาจนถึงช่วงหนึ่งหมื่นปีก่อน เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างดึกดำบรรพ์หลากหลายสกุล พบว่า...

Read more

              เมื่อนักวิชาการบอกว่าลูกหลานที่เหลืออยู่ของไดโนเสาร์...คือ สัตว์กลุ่มนก ซึ่งหมายถึงกลุ่มสัตว์ปีก (Aves) รวมพวกเป็ด ไก่ ห่าน นกกระจอกเทศ และนกเพนกวินด้วย บางท่านอาจจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อ...

Read more

                เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสได้ไปสัมผัสกับแหล่งโบราณคดีที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในตำบลหลินถง เมืองซีอาน มณฑลฉ่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคด...

Read more

                 สวัสดีค่ะแฟนคอลัมน์ซากที่ไม่ซ้ำซากทุกท่าน ท่านผู้อ่านเคยสงสัยมั้ยคะ ว่าในยุคที่ไดโนเสาร์ครองโลกนั้น สัตว์ที่อยู่ร่วมยุคกับมันเป็นสัตว์กลุ่มไหนกันบ้าง ...จระเข้ เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ แ...

Read more

                 ผมพยายามค้นหาคำภาษาไทยที่เป็นความหมายของคำว่า “missing link” จากหลายแหล่งแต่ก็ไม่โปรด ด้วยพยายามจะค้นหาคำที่ไม่เป็นวิชาการนัก แถมยังจะเป็นคำที่ดึงดูดโน้มน้าวให้หนุ่มสาวหันมาอ่านบทค...

Read more

                 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเยือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฮัมโบท์ล แห่งเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีค่ะ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่พิพิธภัณฑ์ปิดส่วนจัดแสดงบางส่วนเพื่อซ่อมแซม...

Read more

แรดไร้นอ พอพันธ์ไน

 

              ณ บ้านท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อกว่า 16 ล้านปีก่อน เรื่อยมาจนถึงช่วงหนึ่งหมื่นปีก่อน เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างดึกดำบรรพ์หลากหลายสกุล พบว่ามีจำนวนมากถึง 9 สกุล จาก 43 สกุลที่พบทั่วโลก ประกอบด้วย ช้างงาจอบโปรไดโนธีเรียม ช้างสี่งากอมโฟธีเรียม ช้างงาเสียมโปรตานันคัส ช้างสเตโกโลโฟดอน ช้างอะนันคัส ช้างไซโกโลโฟดอน ช้างไซโนมาสโตดอน ช้างสเตโกดอน ช้างเอลิฟาส  นอกจากนี้ยังมีสัตว์ที่พบร่วมกับช้างดึกดำบรรพ์ คือ ยีราฟคอสั้น ฮิปโป หมูป่าโบราณ กวางแอนติโลป สัตว์วงศ์วัว กระจง เสือเขี้ยวดาบ จระเข้ ตะโขง เต่า และตะพาบน้ำ และสัตว์ร่วมยุคที่พบว่ามีกำเนิดจากแหล่งนี้ คือ บรรพบุรุษของอุรังอุตัง โคราชพิเธคัส พิริยะอิ (Khoratpithecus piriyai Chaimanee et al., 2004) และบรรพบุรุษหมูป่าโบราณ เมอริโคโปเตมัส ท่าช้างเอนซิส (Merycopotamus thachangensis Hanta et al., 2008) และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราก็ค้นพบแรดพันธุ์ใหม่ของโลกเป็นแรดไร้นอจากแหล่งท่าช้างนี้
                 
               ก่อนที่จะรู้จักแรดไร้นอแห่งบ้านท่าช้าง เราลองมาดูแรดดึกดำบรรพ์ที่พบทั่วไปก่อนนะคะ ว่ามีรูปหน้าค่าตาอย่างไรกันบ้าง ถ้าแบ่งกลุ่มแรดดึกดำบรรพ์ตามลักษณะกะโหลก   ก็จะแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มแรด 2 นอ (งอกบนจมูกและหน้าผาก) กลุ่มแรด 1 นอบนจมูก  กลุ่มแรด 1 นอบนหน้าฝาก และกลุ่มแรดไร้นอ (นอกจากนี้ชนิดแรดยังแบ่งตามความสูงต่ำของกราม) แรดดึกดำบรรพ์ยุคแรกๆ จะเป็นแรดไร้นอ จากนั้นก็ค่อยมีวิวัฒนาการให้มีนอปรากฏขึ้น เพื่อใช้ข่มขู่ เป็นอาวุธประจำตัว และใช้แสดงความรักต่อกันระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย โดยจะเอานอมาชนกันคล้ายกำลังต่อสู้กันอยู่ 


              แรดดึกดำบรรพ์ไร้นอแห่งบ้านท่าช้างนี้ พบเป็นกะโหลกที่สมบูรณ์พร้อมขากรรไกรทั้งสองข้าง ได้ทำการศึกษาวิจัยโดย  ศ.ดร. เติ้ง เถา แห่งสถาบันบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลัง และมานุษยวิทยาบรรพกาล (Institute of Vertebrate Paleontology and Paleoanthropology) แห่งกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับนักวิจัยของสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ พบว่าเป็นแรดไร้นอสกุล อาเซราธีเรียม (Aceratherium) ที่แตกต่างจากชนิดเดเปเรติ (A. depereti) ที่พบในยุโรป และชนิดอินซิสิวัม (A. incisivum) ที่พบในแถบเอเชียใต้ โดยมีลักษณะเด่นคือ กะโหลกด้านบนแบนเรียบ ขอบท้ายกะโหลกเป็นแนวตรง ที่เด่น และมีสันกลางกะโหลกแผ่ขยายกว้าง จึงได้ตั้งชื่อให้เป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก คือ อาเซราธีเรียม พอพันธ์ไน (Aceratheium porpani Deng et al., 2013) โดยตั้งชื่อชนิดตามชื่อของ รศ.ดร.พอพันธ์ วัชจิตพันธ์ อดีตอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้กรุณามอบซากแรดให้กับสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ ไว้เพื่อศึกษาวิจัยจนเป็นที่มาของการค้นพบแรดไร้นอพันธุ์ใหม่นี้

             
              ผลงานวิจัยได้รับการยอมรับและตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Vertebrate Paleontology ซึ่งเป็นวารสารของ Society of Vertebrate Paleontology อันเป็นสมาคมระดับโลกด้านบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลัง และมีสำนักงานตั้งอยู่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แรดพอพันธุ์ไน บ่งบอกว่า บริเวณตำบลท่าช้างในช่วงปลายสมัยไมโอซีน หรือเมื่อ 7.5 - 6.0 ล้านปีก่อน มีสภาพพื้นที่เป็นทุ่งหญ้าติดต่อกับป่าทึบริมแม่น้ำมูลโบราณ

 

             

 

 

ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านชมซากแรดไร้นอพันธุ์ใหม่นี้ได้ ณ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินฯ ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่ เวลา 9.00 – 16.30 น.

  แหล่งข้อมูลอ้างอิง 
1. Chaimanee, Y., Suteethorn, V., Jintasakul, P., Vidthayanon, C., Marandat, B., and Jaeger, J. 
              J., 2004. A new orang-utan relative from the Late Miocene of Thailand. Nature, 427 
              (9673): 439-441.
2.  Hanta, R., Ratanasthien, B., Kunimatsu, Y., Saegusa, H., Nakaya, H., Nagaoka, S., and 
              Jintasakul, P., 2008. A new species of Bothriodontinae, Merycopotamus thachangensis 
              (Cetartiodactyla, Anthracotheriidae) from the Late Miocene of Nakhon Ratchasima, 
              Northeastern Thailand. Journal of Vertebrate Paleontology, 28(4): 1182-1188.
3.  Deng, T., Hanta, R., and Jintasakul, P., 2013. A new species of Aceratherium 
              (Rhinocerotidae, Perissodactyla) from the Late Miocene of Nakhon Ratchasima,
              Northeastern Thailand. Journal of Vertebrate Paleontology, 33(4): 977-985.
4. เว็บไซต์ http://en.wikipedia.org/wiki/Rhinoceros