วันอาทิตย์, 05 กรกฎาคม 2563

พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์

อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ จัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ของช้างและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

 

จุดที่ 1 ห้องวีดิโอช้างดึกดำบรรพ์โคราช  แสดงเรื่องราวของช้างดึกดำบรรพ์และบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่างๆ ของโคราช นักท่องเที่ยวจะได้เห็นสภาพแวดล้อมสมัยโบราณที่ช้างดำรงชีวิตอยู่  โดยจำลองจากแหล่งที่พบฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์ชนิดต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งสัตว์ร่วมยุคและการสูญพันธุ์ของช้างดึกดำบรรพ์ 

 

จุดที่ 2 โครงกระดูกช้างพลายยีราฟ เป็นช้างเอเชียปัจจุบันที่มีชิ้นส่วนโครงกระดูกที่สมบูรณ์โดยมีความสูงมากถึง 3 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นช้างปัจจุบันที่มีขนาดสูงที่สุดในประเทศไทย

 

จุดที่ 3 ฟอสซิลฟันกรามช้างดึกดำบรรพ์จากต่างประเทศ  เป็นฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์พม่า พบแถบเขตชายแดนทางภาคเหนือของพม่าหรือแถบแม่น้ำอิระวะดี  และฟอสซิลช้างในเขตหนาวจัดแสดงอยู่ 2 สกุล  คือ ช้างมาสโตดอนอเมริกา และช้างแมมมอธ

 

 จุดที่ 4 จุดแสดงวิวัฒนาการของช้างดึกดำบรรพ์ถึงช้างปัจจุบัน โดยมีต้นกำเนิดมาจากมีริธีเรียม  อายุประมาณ 65 ล้านปี  พบที่โมร็อกโค  ไม่มีงวง  ไม่มีงา  ลักษณะคล้ายหมูหน้าตาคล้ายสมเสร็จต่อมาก็เริ่มมีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ เริ่มมีขนาดสูงใหญ่ขึ้น เริ่มมีงวง มีงา มีทั้งสองงาและสี่งา  ทั่วโลกมีช้างดึกดำบรรพ์ทั้งหมด 55 สกุล  จาก 180 กว่าสายพันธุ์  ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมาพบถึง 10 สกุล ปัจจุบันได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็คือช้างเอเชียและช้างแอฟริกา

 

 

 

จุดที่ 5 แสดงฟอสซิลฟันช้างดึกดำบรรพ์โคราช จากแหล่งที่พบบ่อดูดทราย ตำบลท่าช้าง  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  จังหวัดนครราชสีมา อายุประมาณ 16 ล้านปีก่อน จนถึง 10,000 ปีก่อน ขุดพบทั้งหมด 10 สกุลจาก 55 สกุลที่พบทั่วโลก  นับได้ว่านครราชสีมาเป็นแหล่งช้างดึกดำบรรพ์หลากหลายสกุลที่สุดในโลก

 

จุดที่ 6 แสดงฟอสซิลสัตว์ร่วมยุคกับช้างดึกดำบรรพ์  มีทั้งที่เป็นสกุลใหม่ชนิดใหม่ของโลก เช่น เอปโคราช  แรดไร้นอ หมูป่าโบราณ และยังมียีราฟคอสั้น ม้าสามนิ้ว จระเข้  ตะโขง เต่า และสัตว์วงศ์วัวอีกด้วย

 

จุดที่ 7 แสดงงาช้างกลายเป็นหิน  จัดแสดงงาช้างที่กลายเป็นหินหลายคู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  บางคู่ยาวถึง 3 เมตร  มีความสมบูรณ์มาก  นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการเข้าชมจุดนี้

 

จุดที่ 8 โครงกระดูกช้างแมมมอธจากประเทศจีน  ฟอสซิลจริงถูกพบในมองโกเลีย  ประเทศจีน เป็นแมมมอธในเขตอบอุ่นที่มีความสูงถึง 5 เมตร ซึ่งคาดว่าเป็นแมมมอธที่สูงมากที่สุดในโลก